วันอาทิตย์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2555

เทคนิคการแพทย์ (Medical Technology)

ความหมายของเทคนิคการแพทย์

ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ.2547 เทคนิคการแพทย์หมายถึง...
    "วิชาชีพที่กระทำต่อมนุษย์เพื่อให้ได้สิ่งตัวอย่างทางการแพทย์ และการดำเนินการโดยวิธีทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการตรวจ ทดสอบ วิเคราะห์ วิจัย และการรายงานผลการตรวจ เพื่อวินิจฉัย การติดตามการรักษา การพยากรณ์โรค และการป้องกันโรค หรือเพื่อประเมินภาวะสุขภาพ"


สาขาวิชาของเทคนิคการแพทย์


1. เคมีคลินิก (Clinical Chemistry)  ศึกษาเกี่ยวกับการตรวจวิเคราะห์สารต่างๆ ในร่างกาย เช่น ตรวจปริมาณน้ำตาล ไขมัน โปรตีน เอนไซม์ และฮอร์โมน เป็นต้น โดยใช้เครื่องมือวิเคระาห์อัตโนมัติ (Automated analyzer) และเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการตรวจวิเคราะห์

2. จุลชีววิทยาคลินิก (Clinical microbiology) ศึกษาการเกิดโรคติดเชื้อ แนวทางการป้องกันโรคและวิธีการตรวจวินิจฉัยโรค และสามารถประยุกต์ความรู้มาใช้ในการควบควมคุณภาพอาหารและผลิตภัณฑ์

3. ธนาคารเลือด (Blood bank) ศึกษาระบบของหมู่เลือดต่างๆ เทคนิคการเตรียมเลือดและส่วนประกอบของเลือดเพื่อให้แก่ผู้ป่วย โรคและอาการทางคลินิกที่เกี่ยวข้องกับการให้เลือด และวิธีการทางห้องปฏิบัติการธนาคารเลือด

4. โลหิตวิทยาและจุลทรรศนศาสตร์คลินิก (Hematology and Clinical microscopy)  ศึกษาการสร้างและพยาธิสภาพของเม็ดเลือด การตรวจวินิจฉัยโรคที่ทำให้เกิดความผิดปกติของเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกร็ดเลือด การตรวจวินิจฉัยสารน้ำต่างๆ ในร่างกาย เช่น น้ำไขสันหลัง น้ำไขข้อ น้ำอสุจิ รวมทั้งกลไกการทำงานของไต การสร้างปัสสาวะ และการตรวจปัสสาวะ

5. ปรสิตวิทยา (Parasitology) ศึกษาเกี่ยวกับรูปร่างลักษณะ วงจรชีวิตของเชื้อปรสิตที่มีความสำคัญทางการแพทย์ พยาธิสภาพในร่างกายที่เกิดจากการติดเชื้อปรสิต การวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ การกระจายทางภูมิศาสตร์ ตลอดจนแนวทางการป้องกันการติดเชื้อปริสิตต่างๆ

6. ภูมิคุ้มกันวิทยาคลินิก (Clinical immunology) ศึกษาการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของร่างกาย การทดสอบวิทยาภูมิคุ้มกันในการช่วยวินิจฉัยและรักษาโรคตลอดจนเทคโนโลยีที่สามารถประยุกต์ใช้กับระบบอุตสาหกรรม


ักษณะงานและการประกอบอาชีพ

    วิเคราะห์ วิจัย โดยใช้เทคโนโลยีทางห้องปฏิบัติการ เพื่อนำผลการวิเคราะห์ไปใช้ประโยชน์ในการประเมิน สุขภาพ การวินิจฉัยโรค การทำนายความรุนแรงของโรค การติดตามผลการรักษา การป้องกันโรคและความพิการ การสนับสนุนการรักษา การวิเคราะห์สารพิษ สารปนเปื้อนต่าง ๆ ในร่างกายมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการควบคุมคุณภาพ การพัฒนาและวิเคราะห์ โดยการเก็บสิ่งส่งตรวจที่ได้มาจากร่างกายมนุษย์ เก็บรักษาสิ่งส่งตรวจ จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการตรวจวิเคราะห์ เมื่อทราบชนิด และปริมาณของสิ่งส่งตรวจ โดยใช้วิธีการที่เป็นมาตรฐานในห้องปฏิบัติการทั่วไป เพื่อนำผลที่ได้ไปใช้ประโยชน์แก่ผู้ป่วย


นักเทคนิคการแพทย์สามารถทำงานในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ทั้งในภาครัฐและเอกชน นอกจากนี้ ยังสามารถทำงานอย่างอื่นได้ เช่น เป็นตัวแทนขายเครื่องมือ-น้ำยาทางการแพทย์ หรือศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษาได้ในหลายสาขาวิชาทางวิทยาศาสตร์ได้
การเรียนการสอนวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ เริ่มขึ้นที่คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นแห่งแรก ในปี พ.ศ.2500 โดยมีที่ทำการอยู่ 2 แห่ง คือ โรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ต่อมาคณะเทคนิคการแพทย์ ที่ตั้งอยู่ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้โอนมาเป็นภาควิชาเทคนิคการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และแยกออกมาเป็นคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2534 ซึ่งนับเป็นสถาบันแห่งที่ 2 ที่เปิดการเรียนการสอนในวิชาชีพนี้ ต่อมาจึงมีการตั้งคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นแห่งที่ 3 ปัจจุบัน มีสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดการเรียนการสอนทั้งหมด 9 แห่ง ได้แก่








ารขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ


  ในอดีตผู้ที่จะประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ได้นั้น จะต้องจบหลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิต (เทคนิคการแพทย์) และต้องขึ้นทะเบียนขอใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ ซึ่งออกโดยกองการประกอบโรคศิลปะ กระทรวงสาธารณสุข แต่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 ผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์จะต้องขึ้นทะเบียนขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ จากสภาเทคนิคการแพทย์  นักเทคนิคการแพทย์จะต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามกฎหมาย และจะต้องมีการศึกษาต่อเนื่องเพื่อต่ออายุใบอนุญาตเป็นประจำ



ขอขอบคุณ: http://www.panyathai.or.th/